![[ครบชุด] T1605058 ผมเป นหมอท งช แต แพ อเป อนน ำม ของล กเขยท กมา](https://reviewfilmthailan.nataviguides.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260516_205756.jpg)
Mercedes-Maybach: ยกระดับนิยามแห่งความหรูหราและความล้ำสมัย สู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมสุดพิเศษ
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์หรูมานานกว่าทศวรรษ การได้เห็นการพัฒนาและก้าวข้ามขีดจำกัดของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Mercedes-Benz โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไลน์อัพ Maybach ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเสมอ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็น Mercedes-Maybach ไม่เพียงแต่รักษามาตรฐานสูงสุดของความหรูหราและความสะดวกสบาย แต่ยังก้าวไปสู่การผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเพื่อสร้างนิยามใหม่ของ “สุดยอดประสบการณ์การขับขี่” ซึ่งในปี 2025 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นนี้อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมตระกูล Maybach และ S-Class รุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มตลาด Ultra-Luxury ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันก้าวไกลของแบรนด์ในการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมสู่ผู้บริโภค
Mercedes-Maybach EQS SUV 680: นิยามใหม่แห่ง SUV ไฟฟ้าสุดหรู
การมาถึงของ Mercedes-Maybach EQS SUV 680 นับเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Mercedes-Maybach และอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกอย่างแท้จริง นี่คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) คันแรกภายใต้แบรนด์ Maybach ซึ่งเป็นการประกาศก้องถึงการก้าวสู่ยุคแห่งความยั่งยืนโดยปราศจากการประนีประนอมในด้านความหรูหรา สมรรถนะ และประสบการณ์เหนือระดับ
จากประสบการณ์การทดลองขับและสัมผัสจริง ต้องขอยอมรับว่า Mercedes-Maybach EQS SUV 680 ได้ทะลายทุกกรอบของคำว่า “SUV หรู” ด้วยการผสานความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maybach เข้ากับสมรรถนะอันทรงพลังและเทคโนโลยีไฟฟ้าอันล้ำสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราคาเริ่มต้นที่ 12,500,000 บาท เป็นเพียงตัวเลขที่สะท้อนถึงคุณค่าที่แท้จริงของยนตรกรรมชิ้นเอกนี้
ขุมพลังไฟฟ้าที่เหนือกว่าใคร
หัวใจหลักของ Mercedes-Maybach EQS SUV 680 คือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) ที่ติดตั้งที่เพลาหน้าและหลัง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 658 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 950 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.4 วินาที เป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่เช่นนี้ แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือการส่งกำลังที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ทำให้ทุกการขับเคลื่อนเต็มไปด้วยความมั่นใจ
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 118.0 kWh พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC+ แบบ fully-variable ช่วยให้สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 615 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการเดินทางไกลโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ นอกจากนี้ ระบบช่วงล่างแบบถุงลม adaptive AIRMATIC และระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง (Rear axle steering 10°) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการเข้าโค้งได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แคบๆ หรือการกลับรถ
การออกแบบที่ไร้ที่ติ: สุนทรียภาพแห่ง Maybach
การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Maybach EQS SUV 680 สะท้อนถึงความหรูหราสง่างามตามแบบฉบับ Maybach อย่างแท้จริง เส้นสายที่โค้งมน สง่างาม ผสานกับรายละเอียดอันประณีต เช่น กระจังหน้าโครเมียมเอกลักษณ์ของ Maybach, ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ที่สามารถปรับความสว่างได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม, ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บานพร้อมระบบ Soft Close และระบบ KEYLESS-GO Convenience Package Plus ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายและประสบการณ์ที่เหนือระดับ
ภายในห้องโดยสาร: สวรรค์บนดินแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Mercedes-Maybach EQS SUV 680 คุณจะพบกับโลกแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีที่ผสานกันอย่างลงตัว จอ MBUX Hyperscreen ที่ยาวต่อเนื่องกว่า 56 นิ้ว คือจุดเด่นที่สะกดทุกสายตา ด้วยการออกแบบตามแนวคิด Zero Layer concept และกระจก Gorilla® Glass คุณภาพสูง แบ่งการแสดงผลออกเป็น 3 ส่วนหลัก: Driver Display (12.3 นิ้ว), Central Display (17.7 นิ้ว OLED) และ Co-driver Display (12.3 นิ้ว OLED) ซึ่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถใช้งานเพื่อช่วยเหลือการขับขี่, ตรวจสอบสถานะรถ, ค้นหาแผนที่ หรือเพลิดเพลินกับสื่อบันเทิงได้อย่างอิสระ โดยไม่รบกวนสมาธิของผู้ขับขี่
ระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 2 (NTG7) รองรับคำสั่งเสียงได้ถึง 27 ภาษา ทำให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Exclusive Nappa Leather มอบสัมผัสที่หรูหราและสะดวกสบายสูงสุด เบาะนั่ง Active Multi-Contour พร้อมระบบนวด 10 โปรแกรม, ระบบ ENERGIZING massage function และระบบปรับอุณหภูมิ Climate seats (ทั้งร้อนและเย็น) มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือกว่า
ไม่เพียงเท่านั้น ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL พร้อม HEPA FILTER และ AIR BALANCE PACKAGE ยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้สดชื่นและบริสุทธิ์ ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความบันเทิงและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
Mercedes-Maybach EQS SUV 680 ให้ความสำคัญสูงสุดกับประสบการณ์ของผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยหน้าจอ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จำนวน 2 จอ ขนาด 11.6 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัส สามารถท่องเว็บ, ดู YouTube, หรือเล่นเสียงผ่านระบบเครื่องเสียงของรถ หรือหูฟัง Bluetooth ได้อย่างสะดวกสบาย มาพร้อมการเชื่อมต่อ Mini HDMI
MBUX Rear Tablet หน้าจอขนาด 7.4 นิ้ว HD-resolution Display สามารถสลับการใช้งานระหว่าง MBUX และ Android เชื่อมต่อและควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถผ่าน Wi-Fi เช่น การเปิด-ปิดม่าน, ระบบปรับอากาศ, ระบบ Climate Seat และระบบนวดสำหรับเบาะหลัง
เพื่อยกระดับประสบการณ์ความหรูหราไปอีกขั้น Mercedes-Maybach EQS SUV 680 ยังมาพร้อมตู้เย็นขนาด 10 ลิตร บริเวณที่วางแขนผู้โดยสารตอนหลัง สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตั้งแต่ +7°C ถึง +1°C ออกแบบมาเพื่อแช่แชมเปญได้ถึง 2 ขวด พร้อมที่วางแก้วแชมเปญสุดพิเศษ
ระบบเสียง Burmester® 4D surround sound system ที่มีลำโพงคุณภาพสูงกว่า 15 ตัว, Amplifier Channels กำลังขับสูงสุด 790 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos® และหูฟังไร้สายแบบ Active Noise Cancellation สร้างประสบการณ์เสียงระดับคอนเสิร์ตในทุกการเดินทาง
ระบบความปลอดภัยระดับโลก
Mercedes-Maybach EQS SUV 680 มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ Assistance Package ครบครัน อาทิ ระบบรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), Active Steering Assist, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) และ Parking Package พร้อมกล้องรอบคัน 360° เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด
ตัวเลือกสีสันที่สะท้อนรสนิยม
Mercedes-Maybach EQS SUV 680 มีตัวเลือกสี Non-Metallic 2 สี, Metallic 6 สี และ MANUFAKTUR Paints Finish 2 สี นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสีทูโทนพิเศษได้ถึง 5 แบบ เพื่อตอบสนองรสนิยมที่หลากหลายของผู้ครอบครอง
Mercedes-Maybach S 580 e: ความสง่างามเหนือกาลเวลา ผสานพลัง Plug-in Hybrid
การเปิดตัว Mercedes-Maybach S 580 e ยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ลักชัวรี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Maybach ในการนำเสนอที่สุดของยานยนต์ที่ผสมผสานความสง่างาม ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท มาพร้อมสีทูโทนใหม่ High-tech Silver / Selenite Grey เป็นประเทศแรกของโลกที่ผลิตตัวถังสีทูโทนแบบ Local Production
ขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพ
Mercedes-Maybach S 580 e ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง พร้อมเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.7 วินาที
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 28.6 kWh ให้ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนกว่า 100 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 60 kWh (30 นาที) และ AC สูงสุด 11 kWh (2 ชั่วโมง 30 นาที) ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ Plug-in Hybrid ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายนอกที่สะกดทุกสายตา
กระจังหน้าโครเมียม Maybach อันเป็นเอกลักษณ์, กระจก Laminated Glass ช่วยลดความร้อนและเสียงสะท้อน, ไฟหน้า DIGITAL LIGHT พร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus, ระบบ ALS (Active Light System), Cornering light และไฟท้าย LED ดีไซน์พิเศษ คือองค์ประกอบที่เสริมความสง่างามให้ Mercedes-Maybach S 580 e
ล้อ MAYBACH Forge Wheels ขนาด 20 นิ้ว และระบบช่วงล่าง AIRMATIC ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและปรับตั้งค่าได้อัตโนมัติ ให้ความสบายสูงสุดในทุกสภาพถนน
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความพิถีพิถันและเทคโนโลยี
แผงคอนโซลกลาง Black crystal-look finish, จอ OLED 12.8 นิ้ว และจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ Digital ที่ปรับรูปแบบได้ 3 รูปแบบ คือส่วนหนึ่งที่สร้างความรู้สึกพรีเมียมให้กับห้องโดยสาร โครงหลังคาบุด้วย DINAMICA microfibre คุณภาพสูง, พวงมาลัย Wood/Leather Multifunction, การตกแต่งลายไม้ MANUFAKTUR Black Piano Lacquer Trim และระบบเบาะหลัง First Class พร้อมฟังก์ชันนวด สร้างสุนทรียภาพแห่งการเดินทาง
ความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาพร้อม Center Airbag, ระบบควบคุมอุณหภูมิ THERMOTRONIC 4-Zone, AIR BALANCE package, HEPA Filter และระบบตรวจวัด PM 2.5
ระบบความบันเทิงและการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด
ระบบ MBUX Interior Assistant ที่ชาญฉลาดสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, ระบบมัลติมีเดีย MBUX, Music Streaming Service, ระบบนำทางและ Live Traffic Information, ระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system และ Ambient Lighting 64 เฉดสี พร้อม 2 เฉดสีพิเศษ Twinkle-star และ Rosé Gold สร้างบรรยากาศที่หรูหราและเป็นส่วนตัว
โปรแกรมการขับขี่ “Maybach” สู่ความผ่อนคลายสูงสุด
เอกลักษณ์ของ Mercedes-Maybach S 580 e คือโปรแกรมการขับขี่ “Maybach” ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายแก่ผู้โดยสารตอนหลังโดยเฉพาะ โดยเน้นการควบคุมระบบช่วงล่างและแรงสั่นสะเทือน ผสานกับการควบคุมคันเร่งเพื่อการออกตัวที่นุ่มนวล ควบคู่ไปกับโหมด COMFORT และ DYNAMIC SELECT ที่หลากหลาย
ระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package, ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist), ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย (Active Steering Assist with hands-off warning), ระบบ ADAPTIVE BRAKE, ระบบ HOLD และ Hill-Start Assist รวมถึง Active Parking Assist with PARKTRONIC และกล้อง 360° สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: ความสปอร์ตที่ผสานความหรูหรา
สำหรับผู้ที่มองหาความลงตัวระหว่างสมรรถนะอันเร้าใจและความหรูหราแบบ S-Class Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium (ราคา 7,580,000 บาท) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
สมรรถนะที่เหนือชั้น
S 580 e AMG Premium ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 2,999 ซีซี พร้อมเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า รวมเป็นกำลังสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร
ดีไซน์ภายนอก AMG Bodystyling
ถ่ายทอดปรัชญา “Sensual Purity” ด้วยการตกแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling ที่สะท้อนความหรูหราและทันสมัย ไฟหน้า MULTIBEAM LED, ระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus, ALS, Cornering light, ระบบ KEYLESS-GO, Seamless Door Handles, HANDS-FREE ACCESS, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ และล้อ AMG multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว
ระบบช่วงล่าง AIRMATIC และ Rear Axle Steering
ระบบช่วงล่าง AIRMATIC พร้อมระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ มอบความนุ่มนวลและลดแรงกระแทก ผสานกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งและจอดรถ
ภายในห้องโดยสาร AMG Interior Package
ชุดตกแต่ง AMG Interior Package, เบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ลาย Diamond Design, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มหนัง Nappa พร้อมปุ่ม Touch Control, การตกแต่งด้วยหนัง Nappa และลายไม้ สร้างบรรยากาศที่หรูหราและสปอร์ต
เทคโนโลยี MBUX เต็มรูปแบบ
ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สายสำหรับเบาะหลัง, MBUX Interior Assistant, ระบบมัลติมีเดีย MBUX Entertainment, ระบบนำทาง Live Traffic Information, Remote Engine Start, LTE สำหรับ Mercedes me connect, จอแสดงผล 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system ที่มีลำโพง 15 ตัว พร้อม Sound Personalization
ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุด
Driving Assistance Package, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Emergency Stop Assist, Active Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, ESP®, Active Parking Assist พร้อมกล้อง 360°
Mercedes-Maybach ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่คือการประกาศตัวตน คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จ และคือประสบการณ์ที่หาที่เปรียบมิได้ การเปิดตัวยนตรกรรมใหม่เหล่านี้ในประเทศไทย สะท้อนถึงความสำคัญของตลาดนี้ และตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในกลุ่ม Ultra-Luxury ของ Mercedes-Benz อย่างชัดเจน หากคุณกำลังมองหาที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ซึ่งข้อจำกัด และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหรา นวัตกรรม และสมรรถนะ อย่าพลาดที่จะสัมผัสกับ Mercedes-Maybach รุ่นใหม่เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง การลงทุนใน Mercedes-Maybach คือการลงทุนในนิยามใหม่แห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่แตกต่างอย่างแท้จริง หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของยนตรกรรมอันทรงเกียรติเหล่านี้ โปรดติดต่อผู้จำหน่าย Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการใกล้บ้านท่าน หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อกำหนดเวลานัดหมายทดลองขับ เพื่อให้เราได้นำพาท่านเข้าสู่โลกแห่งความหรูหราและความเป็นเลิศที่ไม่มีที่สิ้นสุด