![[ครบชุด] T1605117 ใครจะค ดว าล งคนน ดบ งต วเองเพ อให กได บได นสะท อนส งคม](https://reviewfilmthailan.nataviguides.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260518_153123.jpg)
Mercedes-Maybach และ S-Class ใหม่: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและความล้ำสมัย ยกระดับประสบการณ์ยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นถึงพลวัตและการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ระดับสูงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์หรูหราที่สะท้อนถึงสถานะ ความสำเร็จ และรสนิยมของผู้ครอบครอง และในปี 2025 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดนี้อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสุดพิเศษ 3 รุ่น ที่ไม่เพียงแต่ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์หรู แต่ยังเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำสมัยที่สุด สู่สายตาผู้บริโภคชาวไทย
การเปิดตัวครั้งนี้ ประกอบด้วย Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ Maybach ในการก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง, Mercedes-Maybach S 580 e ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดที่ผสมผสานความหรูหราแบบ Maybach เข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างลงตัว และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ที่นำเสนอความสปอร์ตพรีเมียมให้กับตระกูล S-Class
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: ปรากฏการณ์แห่ง SUV ไฟฟ้าหรูหราที่ไม่เคยมีมาก่อน
การมาถึงของ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอีกคัน แต่เป็นการสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “สุดยอด SUV หรูหรา” ยานยนต์คันนี้คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และความประณีตขั้นสูงสุดของแบรนด์ Maybach เข้าไว้ด้วยกัน
หัวใจสำคัญของ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV คือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (PSM) ที่ติดตั้งบนเพลาหน้าและหลัง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 658 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 950 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ทำได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาที คือเครื่องยืนยันถึงพละกำลังที่ไร้ขีดจำกัด การทำงานประสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ fully-variable 4MATIC+ ทำให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะและความปลอดภัยในทุกสภาวะการขับขี่
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 118.0 kWh มอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 615 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางไกลและการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ การออกแบบภายนอกสะท้อนถึงความสง่างามเหนือกาลเวลาของ Maybach ด้วยเส้นสายที่ลื่นไหล การตกแต่งด้วยโครเมียมที่ประณีต และกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์
เทคโนโลยีไฟหน้า DIGITAL LIGHT ที่สามารถปรับความสว่างและรูปแบบลำแสงได้อย่างอัจฉริยะตามสภาพแวดล้อมและการจราจร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ ระบบประตูแบบ Soft Close และประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บาน พร้อมระบบ KEYLESS-GO Convenience Package Plus อำนวยความสะดวกสบายในการเข้า-ออกห้องโดยสาร ระบบ Rear axle steering 10° เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่อย่างน่าทึ่ง แม้ในพื้นที่จำกัด
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร คือโลกแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีที่ไร้รอยต่อ MBUX Hyperscreen ขนาดมหึมา 56 นิ้ว ที่ทอดยาวตลอดทั้งคอนโซลหน้าภายใต้กระจก Gorilla® Glass คุณภาพสูง แบ่งการแสดงผลออกเป็น 3 ส่วนหลัก: จอ Driver Display ขนาด 12.3 นิ้ว, จอ Central Display แบบ OLED ขนาด 17.7 นิ้ว และจอ Co-driver Display แบบ OLED ขนาด 12.3 นิ้ว การออกแบบตามแนวคิด Zero Layer concept พร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 2 และการรองรับคำสั่งเสียง 27 ภาษา ทำให้การใช้งานง่ายดายและเป็นส่วนตัว
เบาะนั่ง Active Multi-Contour ที่มาพร้อมระบบนวด 10 โปรแกรม และระบบ Climate seats (ปรับร้อน/เย็น) มอบความสบายขั้นสูงสุดในทุกการเดินทาง ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL พร้อม HEPA FILTER และ AIR BALANCE PACKAGE ช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารให้บริสุทธิ์และสดชื่นอยู่เสมอ
สำหรับผู้โดยสารตอนหลังคืออีกระดับของประสบการณ์ Maybach ด้วยจอ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จำนวน 2 หน้าจอ ขนาด 11.6 นิ้ว ที่สามารถใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ หรือ YouTube ได้อย่างอิสระ MBUX rear tablet ขนาด 7.4 นิ้ว เป็นศูนย์กลางการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ทั้งม่านปรับอากาศ เบาะนวด และอุณหภูมิเบาะนั่ง เพิ่มความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบ
เอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้คือตู้เย็นขนาด 10 ลิตร ที่ติดตั้งบริเวณที่วางแขนเบาะหลัง พร้อมปุ่มควบคุมอุณหภูมิ ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อแช่แชมเปญ 2 ขวด พร้อมที่วางแก้วแชมเปญสุดหรู สร้างประสบการณ์การเฉลิมฉลองเหนือระดับ
ระบบเสียง Burmester® 4D surround sound system พร้อมลำโพงกว่า 15 ตัว ให้กำลังขับสูงสุด 790 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos® และหูฟังไร้สายคุณภาพสูง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation เปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นโรงคอนเสิร์ตส่วนตัว
ความปลอดภัยคือหัวใจหลักของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ระบบ Assistance Package ครบวงจร ทั้ง Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Steering Assist, Active Blind Spot Assist และ Parking Package พร้อมกล้อง 360° ทำให้ทุกการขับขี่มั่นใจและปลอดภัย
Mercedes-Maybach S 580 e: สุดยอดการขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ผสานความสง่างามและประสิทธิภาพ
Mercedes-Maybach S 580 e คือการนิยามความหรูหราแบบ Maybach ในรูปแบบของยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โดยรุ่นนี้พิเศษยิ่งกว่าด้วยการประกอบในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศแรกนอกเยอรมนีที่ได้สายการผลิตสีทูโทนแบบ Local Production อันเป็นเอกลักษณ์
ขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด คือหัวใจสำคัญของ S 580 e เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทอร์โบ ให้กำลัง 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 510 แรงม้า และแรงบิด 750 นิวตันเมตร พาอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปได้ใน 5.7 วินาที
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 28.6 kWh มอบระยะทางวิ่งไฟฟ้าล้วนกว่า 100 กิโลเมตร (WLTP) ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในเมืองส่วนใหญ่ รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 60 kWh ใช้เวลาเพียง 30 นาที และ AC สูงสุด 11 kWh ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที
ดีไซน์ภายนอกสง่างามตามแบบฉบับ Maybach ด้วยกระจังหน้าโครเมียม Radiator grille และตราสัญลักษณ์ Maybach อันเป็นเอกลักษณ์ กระจกแบบ laminated glass ช่วยลดเสียงรบกวนและสะท้อนความร้อน ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus และระบบ ALS (Active Light System) พร้อมไฟท้าย LED fibre-optic ดีไซน์ใหม่
ล้อ MAYBACH forge wheels ขนาด 20 นิ้ว และระบบช่วงล่างถุงลม AIRMATIC มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลและปรับตั้งค่าอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่
ภายในห้องโดยสาร คือสุนทรียภาพแห่งความหรูหรา แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วย black crystal-look finish พร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 12.8 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ที่ปรับรูปแบบได้ 3 รูปแบบ โครงหลังคาบุด้วย DINAMICA microfibre คุณภาพสูง พวงมาลัย Wood/Leather Multifunction และลายไม้ MANUFAKTUR black piano lacquer trim เสริมความประณีต
ระบบเบาะนั่งแบบ First-class พร้อมฟังก์ชันการนวด ให้ความรู้สึกผ่อนคลายสูงสุด ระบบความปลอดภัยขั้นสูง อาทิ Centre Airbag, ระบบควบคุมอุณหภูมิ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE, AIR BALANCE package, HEPA filter และระบบตรวจวัด PM 2.5 สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ระบบ MBUX Interior Assistant สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มอบการควบคุมที่ชาญฉลาด ระบบมัลติมีเดีย MBUX, ระบบนำทาง และ Live Traffic Information พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system และ Ambient lighting 64 เฉดสี รวมถึง 2 เฉดสีพิเศษ twinkle-star และ rosé gold สร้างบรรยากาศที่เหนือระดับ
โปรแกรมการขับขี่แบบ “Maybach” ออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายสูงสุดให้ผู้โดยสารตอนหลัง เน้นการควบคุมช่วงล่างและแรงสั่นสะเทือนอย่างนุ่มนวล ควบคู่ไปกับโหมด “COMFORT” ที่มอบสมดุลการขับขี่สำหรับทุกคน
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance package ครบครัน อาทิ Active Emergency Stop Assist, Active Steering Assist, ADAPTIVE BRAKE และ Active Parking Assist with PARKTRONIC พร้อมกล้อง 360° เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการจอดรถ
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: สปอร์ตหรูหราที่ผสานสมรรถนะและสไตล์
S 580 e AMG Premium คือการผสานความสง่างามของ S-Class เข้ากับจิตวิญญาณสปอร์ตของ AMG สร้างนิยามใหม่ของยนตรกรรมซีดานระดับพรีเมียม
ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ให้กำลังรวมสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิด 750 นิวตันเมตร การออกแบบภายนอกสอดคล้องกับปรัชญา “Sensual Purity” เสริมด้วยชุดตกแต่ง AMG Bodystyling รอบคัน สะท้อนความสปอร์ตและความหรูหรา
ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus, ALS และ Cornering light เพิ่มทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยม ระบบ KEYLESS-GO, seamless door handles, HANDS-FREE ACCESS, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ และล้อ AMG multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว ตอกย้ำความเป็นสปอร์ตพรีเมียม
ระบบช่วงล่าง AIRMATIC พร้อมระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ มอบความนุ่มนวลและลดแรงกระแทก ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Rear axle steering 4.5° ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพที่ความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยชุดแต่ง AMG Interior Package เน้นความหรูหราและสปอร์ต เบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ลาย diamond design, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน หุ้มหนัง Nappa พร้อมปุ่ม Touch Control และลายไม้ที่โดดเด่น
ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือไร้สายสำหรับเบาะหลัง และ MBUX Interior Assistant ที่สามารถจดจำท่าทางเฉพาะบุคคล เพิ่มความสะดวกสบาย ระบบมัลติมีเดีย MBUX entertainment, ระบบนำทาง Live traffic information, Remote Engine Start และอุปกรณ์สื่อสาร LTE สำหรับ Mercedes me connect
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพลิดเพลินกับจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system พร้อมลำโพง 15 ตัว และ Sound personalization
ระบบความปลอดภัย Driving Assistance Package ครบครัน อาทิ Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Emergency Stop Assist, Active Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, ESP® และ Active Parking Assist พร้อมกล้อง 360°
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอสุดยอดประสบการณ์ยานยนต์หรูหราที่ผสมผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และความประณีตขั้นสูงสุด การเปิดตัว Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มไลน์อัพผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความเป็นเลิศ และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต นี่คือโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
ท่านสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมสุดพิเศษเหล่านี้ได้ที่โชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ Mercedes-Maybach และ Mercedes-Benz รุ่นล่าสุดได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)