![[ครบชุด] T1605051 สาม ไล เม ยไปยกอ ฐ... ดท ายสาม กลายเป นล กน องเม](https://reviewfilmthailan.nataviguides.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260516_204552.jpg)
Mercedes-Maybach และ S-Class: ยกระดับนิยามแห่งความหรูหราขั้นสูงสุดในตลาดประเทศไทย
ในโลกแห่งยานยนต์ที่การพัฒนาไม่เคยหยุดนิ่ง เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวโมเดลล่าสุดที่ผสมผสานนวัตกรรมสุดล้ำเข้ากับความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์แห่งแบรนด์ Maybach และ S-Class การนำเสนอ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมทัพผลิตภัณฑ์ระดับบนของแบรนด์ แต่ยังเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับประสบการณ์การขับขี่และครอบครองรถยนต์ในระดับ Ultra-Luxury ที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าผู้มีวิสัยทัศน์
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้บริโภคในตลาดลักชัวรี่มาโดยตลอด และสิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอในครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า “รถยนต์” ไปสู่การเป็น “งานศิลปะ” ที่เคลื่อนที่ได้ ซึ่งผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความประณีตในทุกรายละเอียด
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: นิยามใหม่ของ SUV พลังไฟฟ้าสุดหรู
การเปิดตัว Mercedes-Maybach EQS 680 SUV นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์ Maybach เอง ที่ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 12,500,000 บาท รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้คือสุดยอดแห่งยนตรกรรม SUV ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันเหนือระดับอย่างแท้จริง
หัวใจของ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV คือระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) ที่ติดตั้งทั้งเพลาหน้าและเพลาหลัง ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 658 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 950 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4.4 วินาที สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลังที่มาพร้อมความเงียบสงบตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 118.0 kWh สามารถพาคุณเดินทางได้ไกลถึง 615 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ fully-variable 4MATIC+ all-wheel drive ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด ช่วยให้การยึดเกาะถนนและการควบคุมเป็นไปอย่างแม่นยำในทุกสภาวะ
การออกแบบภายนอกของ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV สะท้อนถึงความหรูหราและภูมิฐานตามแบบฉบับ Maybach ผสมผสานกับความล้ำสมัยของภาษาการออกแบบ EQ โดดเด่นด้วยระบบไฟหน้า DIGITAL LIGHT ที่สามารถปรับความสว่างและรูปแบบของแสงได้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมและการจราจร เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่กลางคืน ระบบประตูแบบ Soft Close พร้อมประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บาน มอบความสะดวกสบายในการเข้า-ออกรถ และเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมระบบ KEYLESS-GO Convenience Package Plus ที่ช่วยให้การเปิด-ปิดและควบคุมประตูเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น แม้บนทางลาดชัน ระบบ Rear axle steering 10° ที่ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้ถึง 10 องศา ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการจอดในพื้นที่จำกัดได้อย่างน่าทึ่ง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความโอ่อ่าและความประณีต หน้าจอ MBUX Hyperscreen ขนาดยาวต่อเนื่องถึง 56 นิ้ว ที่ออกแบบตามแนวคิด Zero Layer concept ครอบคลุมด้วยกระจก Gorilla® Glass คุณภาพสูง แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก: หน้าจอ Driver Display ขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอ Central Display แบบ OLED ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอ Co-driver Display แบบ OLED ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าไม่เพียงแต่แสดงข้อมูลต่างๆ แต่ยังช่วยสนับสนุนการทำงานของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า ตรวจสอบสถานะรถ หรือแม้กระทั่งการค้นหาเส้นทางและใช้งานระบบความบันเทิง โดยไม่รบกวนสมาธิของผู้ขับขี่ การผสานระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ระบบ NTG7 รองรับคำสั่งเสียงได้ถึง 27 ภาษาทั่วโลก
ความสะดวกสบายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Exclusive Nappa Leather ที่ให้สัมผัสหรูหรา เบาะนั่ง Active Multi-Contour ที่มาพร้อมโปรแกรมการนวดถึง 10 รูปแบบ และระบบ Climate seats ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ทั้งแบบอุ่นและเย็น เพื่อประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL พร้อม HEPA FILTER และ AIR BALANCE PACKAGE ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และสร้างบรรยากาศที่สดชื่นภายในห้องโดยสาร
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายและความบันเทิงระดับเฟิร์สคลาส ด้วยหน้าจอ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จำนวน 2 หน้าจอ ขนาด 11.6 นิ้ว ที่สามารถควบคุมผ่านระบบสัมผัส รองรับการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์, YouTube และเชื่อมต่อผ่าน Mini HDMI ได้อย่างง่ายดาย MBUX rear tablet ขนาด 7.4 นิ้ว ช่วยให้ผู้โดยสารควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เช่น ม่าน, ระบบปรับอากาศ, ระบบ climate seat และระบบนวดที่นั่งตอนหลัง ได้อย่างเต็มที่
ประสบการณ์สุดพิเศษยังรวมไปถึงตู้เย็นบริเวณที่พักแขนตอนหลัง พร้อมปุ่มควบคุมอุณหภูมิ ออกแบบมาเพื่อแช่แชมเปญได้ 2 ขวด พร้อมที่วางแก้วที่รองรับการดื่มสังสรรค์ ระบบเสียง Burmester® 4D surround sound system พร้อมลำโพงกว่า 15 ตัว และ Amplifier Channels กำลังขับ 790 วัตต์ ผสานกับ Dolby Atmos® มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับคอนเสิร์ตส่วนตัว
ด้านความปลอดภัย Mercedes-Maybach EQS 680 SUV มาพร้อม Driving Assistance Package ครบครัน เช่น Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Steering Assist, Active Blind Spot Assist และ Parking Package พร้อมกล้อง 360° เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง
Mercedes-Maybach S 580 e: การผสมผสานไร้ที่ติระหว่างสมรรถนะไฮบริดและความหรูหราสไตล์ Maybach
Mercedes-Maybach S 580 e ราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท เป็นยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ลักชัวรี่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามตามแบบฉบับ Mercedes-Maybach และเป็นครั้งแรกที่ได้รับการประกอบในประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกที่สามารถผลิตตัวถังสีทูโทนแบบ Local Production ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รถยนต์รุ่นนี้คือบทพิสูจน์ถึงการผสมผสานสมรรถนะของระบบปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับดีไซน์ภายนอกและภายในที่เหนือระดับ เทคโนโลยีที่มอบความสะดวกสบาย ประสบการณ์อันน่าจดจำ และเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์
Mercedes-Maybach S 580 e ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า เมื่อรวมกันจะให้กำลังสูงสุดถึง 510 แรงม้า และแรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียง 5.7 วินาที แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 28.6 kWh รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 60 kWh ใน 30 นาที และ AC สูงสุด 11 kWh ใน 2 ชั่วโมง 30 นาที
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบ Radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์ Maybach อันเป็นเอกลักษณ์ กระจก Laminated glass ช่วยลดความร้อนและเสียงรบกวนจากภายนอก ไฟหน้า DIGITAL LIGHT พร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus, Active Light System (ALS) และ Cornering Light ผสานกับไฟท้าย LED ดีไซน์พิเศษแบบ fibre-optic มอบรูปลักษณ์ที่สง่างาม ล้อ MAYBACH Forge wheels ขนาด 20 นิ้ว และระบบช่วงล่าง AIRMATIC ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและสามารถปรับตั้งค่าอัตโนมัติให้เข้ากับสภาพการขับขี่ การบรรทุก และความเร็ว
ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยแผงคอนโซลกลางแบบ black crystal-look finish หน้าจอ OLED ขนาด 12.8 นิ้ว และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ที่ปรับรูปแบบได้ 3 แบบ โครงหลังคาตกแต่งด้วย DINAMICA microfibre คุณภาพสูง พวงมาลัย Wood/Leather Multifunction พร้อมลายไม้ MANUFAKTUR black piano lacquer trim เพิ่มความหรูหรา ระบบเบาะนั่งด้านหลังแบบ First Class พร้อมฟังก์ชันการนวด มอบความผ่อนคลายขั้นสูงสุด
ระบบความปลอดภัยยังคงเป็นจุดเด่นด้วย Centre Airbag, ระบบปรับอากาศ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE, AIR BALANCE package, HEPA filter และระบบตรวจวัด PM 2.5 เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน
เทคโนโลยีและระบบสื่อสารใน Mercedes-Maybach S 580 e ครบครัน ด้วยระบบ MBUX Interior Assistant ที่ชาญฉลาด รองรับระบบมัลติมีเดีย MBUX, Music Streaming Service, ระบบแผนที่นำทาง และ Live Traffic Information ระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system และ Ambient Lighting กว่า 64 เฉดสี พร้อมสีพิเศษ twinkle-star และ rosé gold สร้างบรรยากาศที่หรูหราและเป็นส่วนตัว
โหมดการขับขี่ “Maybach” ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายสูงสุดแก่ผู้โดยสารตอนหลัง โดยเน้นการควบคุมช่วงล่างและแรงสั่นสะเทือน ส่วนโหมด “COMFORT” มอบความสมดุลในการขับขี่ที่สะดวกสบายสำหรับทุกคน ระบบ DYNAMIC SELECT ยังมีโหมดอื่นๆ ให้เลือกตามความต้องการ
ระบบความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, Driving Assistance Package, Active Emergency Stop Assist, Active Steering Assist, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ระบบช่วยจอด Active Parking Assist with PARKTRONIC และกล้อง 360° ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหรา
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ราคา 7,580,000 บาท คือสุดยอดแห่งยนตรกรรมระดับไอคอนิกในตระกูล S-Class ที่ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว ทั้งสุนทรียภาพ ความสะดวกสบาย ระบบความบันเทิง และความปลอดภัยระดับเฟิร์สคลาส
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 2,999 ซีซี เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า เมื่อรวมกันจะให้กำลังสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร ดีไซน์ภายนอกสะท้อนปรัชญา “Sensual Purity” ที่เรียบหรูแต่ทรงพลัง พร้อมการตกแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling ไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมระบบ Adaptive Highbeam Assist Plus, ALS และ Cornering Light เทคโนโลยี KEYLESS-GO, seamless door handles, HANDS-FREE ACCESS, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ และล้อ AMG multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว พร้อมระบบช่วงล่าง AIRMATIC ปรับระดับอัตโนมัติ
ระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งและการจอดที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวที่ความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยชุด AMG Interior Package ที่เน้นความหรูหราและสปอร์ต เบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ลาย diamond design พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุม Touch Control คอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มหนัง Nappa พร้อมลายไม้ และระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สายสำหรับที่นั่งด้านหลัง MBUX Interior Assistant จดจำท่าทางเพื่อเรียกใช้งานฟังก์ชันที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้า
ระบบมัลติมีเดีย MBUX entertainment พร้อม Music Streaming Service, ระบบนำทางและ Live Traffic Information, ฟังก์ชัน Remote Engine Start และอุปกรณ์สื่อสาร LTE สำหรับ Mercedes me connect ระบบ MBUX สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system ลำโพง 15 ตัว พร้อม Sound personalization
ระบบความปลอดภัยครบครัน ได้แก่ Driving Assistance Package, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Emergency Stop Assist, Active Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, ESP® และ Active Parking Assist พร้อมกล้อง 360°
บทสรุปแห่งความหรูหราและการมองการณ์ไกล
การเปิดตัว Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการตอบสนองความต้องการของตลาด Ultra-Luxury ที่ไม่หยุดนิ่ง การผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับความหรูหราขั้นสูงสุด การยกระดับประสบการณ์การขับขี่และโดยสารด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และการใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบและการผลิต ทำให้รถยนต์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ สถานะ และรสนิยมของผู้ครอบครอง
หากคุณคือผู้ที่มองหายานยนต์ที่นิยามความหรูหรา ความประณีต และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ การสัมผัสประสบการณ์จริงกับรถยนต์ทั้งสามรุ่นนี้ คือก้าวต่อไปที่ไม่อาจมองข้ามได้ ขอเชิญชวนทุกท่านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความเป็นเลิศ และประสบการณ์ที่เหนือระดับ เข้ารับคำปรึกษาและทดลองขับ ณ ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ เพื่อค้นพบยนตรกรรมที่ใช่สำหรับคุณ.