![[ครบชุด] T1505129 สาม ได แล วล มเม ยแม าขายก วยเต ยว สบายใจ](https://reviewfilmthailan.nataviguides.com/wp-content/uploads/2026/05/fb_natural_20260515_184910.jpg)
เมอร์เซเดส-มายบัค: สู่อีกขั้นของนิยามยนตรกรรมหรูหรา สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) นำเสนอ
ในยุคที่ความหรูหราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความประณีตของวัสดุและสุนทรียะของการออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทุกสัมผัส เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรี ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมสุดพิเศษ 3 รุ่น ที่จะยกระดับนิยามแห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจให้แก่ผู้ครอบครอง ด้วยการผสมผสานความสง่างามของ Mercedes-Maybach เข้ากับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสมรรถนะอันทรงพลังของ Mercedes-Benz S-Class
การเปิดตัวครั้งสำคัญนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์ในการตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่ไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงสถานะทางสังคม แต่ยังรวมถึงความใส่ใจในรายละเอียด ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ยนตรกรรมทั้งสามรุ่น ได้แก่ Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium คือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: นิยามใหม่แห่ง SUV ไฟฟ้าสุดหรู
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV คือก้าวสำคัญของแบรนด์ Maybach ในการบุกเบิกตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยเป็นรถยนต์ SUV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (BEV) รุ่นแรกที่มาพร้อมกับตราสัญลักษณ์ Maybach อันทรงเกียรติ ยนตรกรรมคันนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาสุดยอดแห่งความหรูหรา เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่เหนือชั้น โดยไม่ทิ้งความสะดวกสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 12,500,000 บาท
ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างาม Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ซ่อนเร้นขุมพลังที่น่าทึ่ง ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PSM (Permanently Excited Synchronous Motors) ที่เพลาขับหน้าและหลัง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 658 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 950 นิวตันเมตร ส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.4 วินาที เท่านั้น การเดินทางอันต่อเนื่องและราบรื่นเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบ ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง ความจุ 118.0 kWh ซึ่งสามารถมอบระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 615 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ fully-variable 4MATIC+ all-wheel drive ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจในการควบคุมในทุกสภาพถนน
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นสุนทรียภาพแห่งการเดินทางที่สัมผัสได้ทุกประสาทสัมผัส การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Maybach ผสานความหรูหราเหนือกาลเวลาเข้ากับความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว รายละเอียดต่างๆ เช่น ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ที่ปรับความสว่างตามสภาพแวดล้อมและการจราจร ระบบประตูแบบ Soft Close พร้อมประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บาน และระบบ KEYLESS-GO Convenience Package Plus ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุดในการเปิด-ปิดและควบคุมประตูรถ แม้ในทางลาดชัน ก็นับเป็นสิ่งที่แสดงถึงความใส่ใจในทุกอณู
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่และผู้โดยสารคือ ระบบ Rear axle steering 10° ที่ล้อหลังสามารถเลี้ยวได้ถึง 10 องศา ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเข้าโค้งและการขับขี่ในพื้นที่จำกัดได้อย่างน่าทึ่ง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร ท่านจะได้พบกับ MBUX Hyperscreen ขนาดมหึมา ยาวต่อเนื่องถึง 56 นิ้ว ที่ออกแบบตามแนวคิด Zero Layer concept พร้อมกระจก Gorilla® Glass คุณภาพสูง ตัวหน้าจอแบ่งการทำงานเป็น 3 ส่วนหลัก คือ Driver Display (12.3 นิ้ว แบบ LED matrix backlighting), Central Display (17.7 นิ้ว แบบ OLED) และ Co-driver Display (12.3 นิ้ว แบบ OLED) ที่ให้ความคมชัดเป็นพิเศษ ผู้โดยสารด้านข้างสามารถใช้ Co-driver Display ในการช่วยเหลือผู้ขับขี่ ทั้งการตั้งค่า ตรวจสอบสถานะรถ ค้นหาเส้นทาง หรือเพลิดเพลินกับสื่อบันเทิงได้อย่างอิสระ โดยไม่รบกวนสมาธิของผู้ขับขี่
การผสมผสานกับระบบปฏิบัติการ MBUX เจเนอเรชันที่ 2 ภายใต้ระบบ NTG7 ที่รองรับคำสั่งเสียงได้ถึง 27 ภาษา ยิ่งทำให้การควบคุมทุกฟังก์ชันเป็นไปอย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Exclusive Nappa Leather มอบความหรูหราและความสบายสูงสุด เบาะนั่ง Active Multi-Contour พร้อมโปรแกรมการนวด 10 รูปแบบ และระบบ Climate seats ที่ปรับอุณหภูมิได้ทั้งแบบอุ่นและเย็น ยังช่วยให้การเดินทางยาวนานเป็นช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายอย่างแท้จริง
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง Mercedes-Maybach EQS 680 SUV ได้ยกระดับประสบการณ์การเดินทางไปอีกขั้น ด้วยหน้าจอ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จำนวน 2 หน้าจอ ขนาด 11.6 นิ้ว ที่ควบคุมด้วยระบบสัมผัส สามารถใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ หรือ YouTube ได้อย่างสะดวกสบาย ระบบเสียงคุณภาพสูงจากเครื่องเสียงภายในรถ หรือผ่านหูฟัง Bluetooth Audio การเชื่อมต่อภาพและเสียงแบบ Mini HDMI ก็พร้อมรองรับ
นอกจากนี้ MBUX rear tablet หน้าจอขนาด 7.4 นิ้ว HD-resolution Display ยังช่วยให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมการทำงานต่างๆ ของรถได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นม่านปรับอากาศ ระบบ Climate seats หรือระบบเบาะนวด ผ่านสัญญาณ Wi-Fi ไปยังหน้าจอต่างๆ ภายในรถ
ความพิเศษที่หาได้ยากยิ่ง คือการติดตั้งตู้เย็นบริเวณที่พักแขนของผู้โดยสารตอนหลัง ความจุ 10 ลิตร สามารถปรับอุณหภูมิได้ระหว่าง +7°C ถึง +1°C ออกแบบมาเพื่อแช่แชมเปญได้ถึง 2 ขวด พร้อมที่วางแก้วแชมเปญสุดหรู
ระบบความบันเทิงเต็มรูปแบบด้วย Burmester® 4D surround sound system ที่มีลำโพงคุณภาพสูงกว่า 15 ตัว และ Amplifier Channels กำลังขับสูงสุด 790 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos® และหูฟังไร้สายความละเอียดสูง พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพระดับคอนเสิร์ตส่วนตัว
ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มมาเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด อาทิ ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางจราจร (Active Lane Keeping Assist), Active Steering Assist, ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Active Blind Spot Assist) และ Parking Package พร้อมกล้องรอบคัน 360°
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV มีสีภายนอกให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่สี Non-Metallic Paints (สีดำ, สีขาว) สี Metallic Paints (สีดำ Obsidian Black, สีน้ำตาล Velvet Brown, สีน้ำเงิน Sodalite Blue, สีเงิน High-tech Silver, สีเขียว Emerald Green, สีเทา Selenite Grey) ไปจนถึงสีพิเศษ MANUFAKTUR Paints Finish (สีขาว MANUFAKTUR Opalite White Bright, สีเทา MANUFAKTUR Alpine Grey Solid) และยังสามารถเลือกสีทูโทนสุดพิเศษได้อีกด้วย
Mercedes-Maybach S 580 e: ความสง่างามเหนือกาลเวลา ผสานพลังแห่งปลั๊กอินไฮบริด
Mercedes-Maybach S 580 e คือนิยามใหม่ของความหรูหราแบบปลั๊กอินไฮบริด โดยเป็นรุ่นแรกที่ผลิตในประเทศไทย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่สามารถผลิตตัวถังสีทูโทนได้ภายใต้การผลิตในประเทศ (Local Production) ด้วยราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท ยนตรกรรมคันนี้สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความสง่างามตามแบบฉบับ Mercedes-Maybach อย่างแท้จริง
Mercedes-Maybach S 580 e ผสานสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ไร้ที่ติ พร้อมเทคโนโลยีที่มอบความสะดวกสบายและประสบการณ์เหนือระดับ สู่การสร้างบรรทัดฐานใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับสูงสุด
หัวใจของ Mercedes-Maybach S 580 e คือระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร รวมพละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า แรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาที
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง ขนาด 28.6 kWh สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปภายใน การชาร์จไฟก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 60 kWh ใช้เวลาเพียง 30 นาทีในการชาร์จให้ได้ระยะทางวิ่งที่มากขึ้น และการชาร์จ AC สูงสุด 11 kWh ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที
ดีไซน์ภายนอกสะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบ Radiator grille อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตราสัญลักษณ์ Maybach กระจกแบบ Laminated glass ช่วยสะท้อนความร้อน ป้องกันรังสีอินฟราเรด และลดเสียงรบกวนจากภายนอก ไฟหน้า DIGITAL LIGHT และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ผสานการทำงานกับระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) และระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) พร้อมไฟท้าย LED ดีไซน์พิเศษแบบ fibre-optic คือความสง่างามที่สมบูรณ์แบบ
ช่วงล่างติดตั้งล้อ MAYBACH ขนาด 20 นิ้ว และระบบกันสะเทือนแบบถุงลม (AIRMATIC) ที่สามารถปรับตั้งค่าอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ ความเร็ว และน้ำหนักบรรทุก เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและมั่นคงในทุกสภาวะ
ภายในห้องโดยสารคือสัญลักษณ์แห่งความหรูหราที่ได้รับการรังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วย Black crystal-look finish หน้าจอแสดงผล OLED ขนาด 12.8 นิ้ว และจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ที่สามารถปรับรูปแบบได้ถึง 3 รูปแบบ โครงหลังคาบุด้วย DINAMICA microfibre คุณภาพสูง พวงมาลัย 3 ก้านแบบใหม่ Wood/Leather Multifunction พร้อมลายไม้ MANUFAKTUR black piano lacquer trim และระบบที่นั่งด้านหลังแบบ First Class พร้อมฟังก์ชันการนวด คือที่สุดแห่งความสบาย
ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดมาพร้อมกับถุงลมนิรภัยระหว่างผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า (Centre Airbag) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4-ZONE ระบบปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) ระบบฟอกอากาศ HEPA filter และระบบตรวจวัดระดับฝุ่นละออง PM 2.5 คือการยืนยันถึงความใส่ใจในสุขภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกคน
ระบบความบันเทิงและการสื่อสารมาพร้อมกับ MBUX Interior Assistant ที่ชาญฉลาด ระบบมัลติมีเดีย MBUX ที่เชื่อมต่อ Music streaming service ระบบแผนที่นำทาง และ Live Traffic Information ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system ที่ยกระดับประสบการณ์การฟังเพลงอย่างไร้ขีดจำกัด Ambient lighting กว่า 64 เฉดสี รวมถึง 2 เฉดสีพิเศษ Twinkle-star และ Rosé gold สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่หลากหลายและน่าประทับใจ
โปรแกรมการขับขี่แบบ “Maybach” ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความผ่อนคลายสูงสุดแก่ผู้โดยสารตอนหลัง โดยเน้นการควบคุมระบบช่วงล่างและแรงสั่นสะเทือน ควบคู่ไปกับการปรับคันเร่งให้การออกตัวนุ่มนวล หรือโปรแกรม “COMFORT” ที่มอบสมดุลการขับขี่ที่สะดวกสบายสำหรับทุกคนในรถ พร้อมตัวเลือกโหมด DYNAMIC SELECT อีกมากมาย
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยจัดเต็มตามสไตล์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ลักชัวรี อาทิ ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, Driving Assistance package, ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน (Active Emergency Stop Assist), ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยและเตือนเมื่อปล่อยมือ (Active Steering Assist with hands-off warning), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist และระบบช่วยจอด Active Parking Assist with PARKTRONIC พร้อมกล้อง 360°
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: ความสปอร์ตหรู สไตล์ AMG
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium นำเสนอความลงตัวระหว่างความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของ S-Class กับความเร้าใจสไตล์ AMG ด้วยราคา 7,580,000 บาท ยนตรกรรมคันนี้คือตัวเลือกสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่พร้อมมอบทั้งประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมสมรรถนะ ความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ขุมพลังของ S 580 e AMG Premium มาจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 2,999 ซีซี เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า พร้อมแรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 150 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันจะให้กำลังรวมสูงสุด 510 แรงม้า และแรงบิดรวม 750 นิวตันเมตร
ดีไซน์ภายนอกถ่ายทอดปรัชญา “Sensual Purity” ด้วยความเรียบหรูแต่ทรงพลัง พร้อมการตกแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling ที่เป็นเอกลักษณ์ เสริมความโดดเด่นด้วยไฟหน้า MULTIBEAM LED, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus, ระบบ ALS และ Cornering light
เทคโนโลยีที่ยกระดับการเดินทาง ได้แก่ ระบบ KEYLESS-GO, Seamless door handles, ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติ HANDS-FREE ACCESS, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว และระบบช่วงล่างอัจฉริยะ AIRMATIC พร้อมระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ มอบความนุ่มนวลและลดแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ช่วยเพิ่มความคล่องตัวขณะเข้าจอดหรือกลับรถที่ความเร็วต่ำ และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวที่ความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสารคือที่สุดแห่งความหรูหราและสปอร์ต ด้วยชุดตกแต่ง AMG Interior Package เบาะนั่งหุ้มหนัง Exclusive Nappa ลาย Diamond design พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มหนัง Nappa พร้อมปุ่มควบคุม Touch Control คอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มด้วยหนัง Nappa พร้อมลายไม้โดดเด่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charging) สำหรับที่นั่งด้านหลัง และ MBUX Interior Assistant ที่จดจำท่าทางส่วนบุคคลเพื่อเรียกใช้งานฟังก์ชันได้อย่างง่ายดาย
ระบบมัลติมีเดีย MBUX entertainment พร้อม Music streaming service, ระบบแผนที่นำทางและ Live Traffic Information, ฟังก์ชัน Remote Engine Start และอุปกรณ์สื่อสาร LTE สำหรับ Mercedes me connect พร้อมรองรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® 3D surround sound system ที่มีลำโพง 15 ตัว พร้อม Sound personalization
ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม อาทิ Driving Assistance Package, Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Emergency Stop Assist, Active Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, ESP® และระบบช่วยจอด Active Parking Assist พร้อมกล้อง 360°
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้นำเสนอยนตรกรรมระดับสูงสุดที่ผสานความหรูหรา ความล้ำสมัย และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเข้าไว้ด้วยกัน การเปิดตัว Mercedes-Maybach EQS 680 SUV, Mercedes-Maybach S 580 e และ Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมทัพผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการประกาศก้องถึงความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าแก่ลูกค้าชาวไทย
ค้นพบยนตรกรรม Maybach และ Mercedes-Benz S-Class ที่จะเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) วันนี้ และสัมผัสกับนิยามใหม่แห่งความหรูหราที่เป็นของคุณเอง